กลุ่มศิษย์หลวงพ่อทบ
สิงหาคม 21, 2017, 01:58:37 am*

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
ท่านพรม ถ้าฉันมรณภาพแล้ว อย่าเผาสังขารฉันนะ โบสถ์วัดช้างเผือกจะสร้างไม่เสร็จ

ยินดีต้อนรับสู่ หลวงพ่อทบ.com

การค้นหาขั้นสูง  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ลูกอมชานหมาก  (อ่าน 13536 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Bui DK (Webmaster1)
Administrator
Hero Member
*******
กระทู้: 3546


@-ศิษย์หลวงพ่อทบ-@


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: มกราคม 27, 2009, 06:27:37 pm »

                                   ลูกอมชานหมากหลวงพ่อทบ


* t11.jpg (103.43 KB, 750x565 - ดู 13074 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 27, 2009, 06:37:12 pm โดย Bui DK (Webmaster1) » บันทึกการเข้า

"ของจริงนิ่งเป็นใบ้ ของพูดได้ไม่ใช่ของจริง" ถึงตัวอยู่ไกล แต่ใจศรัทธาไม่เสื่อมคลาย
Bui DK (Webmaster1)
Administrator
Hero Member
*******
กระทู้: 3546


@-ศิษย์หลวงพ่อทบ-@


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 27, 2009, 06:39:25 pm »


ข้อมูลการสร้างลูกอมชานหมากของหลวงพ่อทบ

..........................................................................................
             
ชานหมากของหลวงพ่อทบ นับว่าเป็นยอดวัตถุอาถรรพ์ อีกอย่างหนึ่งที่ศิษย์ และผู้ที่เคารพนับถือท่านต่างก็มีความต้องการมาก เพราะพวกเขาถือว่าขณะที่หลวงพ่อท่านกำลังเคี้ยวหมากพร้อมกับหลับตาอยู่นั้น หลวงพ่อกำลังเข้าฌาณและบริกรรมพระเวทย์ไปด้วย ทำให้ชานหมากที่ท่านกำลังเคี้ยวอยู่นั้นพลอยศักดิ์สิทธิ์ไปด้วย ด้วยเหตุนี้ชานหมากจึงเป็นที่ต้องการของคนจำนวนมาก แต่อย่างว่าของดีมีน้อย ใครก็ตามที่ได้รับชานหมากและสีผึ้งจากมือของหลวงพ่อพร้อมกันทั้งสองอย่างนี้ นับได้ว่าผู้นั้นเป็นผู้ที่มีบุญและวาสนาจริงๆ ส่วนมากแล้วชานหมากนี่ถ้าไม่ขอ ท่านก็จะกลืนหมดเพราะฉนั้นเวลาที่ท่านกำลังเคี้ยวหมาก ลูกศิษย์จึงจ้องดูให้ดีเรียกว่าตาไม่กระพริบกันเลยทีเดียว ถ้าหากว่าท่านคายชานหมากลงในกระโถน รับรองได้เลยว่าลูกศิษย์ต้องเข้าแย่งชานหมากกันจนกระโถนกระจายเป็นแน่ ชานหมากที่ท่านเคี้ยวอยู่นั้นบางทีท่านก็จะไม่กลืน ถ้าหากว่าท่านฉันในเวลาตอนกลางคืน หรือเวลาดึก ท่านก็จะคายออกมาโดยวางไว้ข้างฝา พอหลายๆวันเข้ามีจำนวนมากหน่อย ท่านก็จะเรียกลูกศิษย์ที่ใกล้ชิด เช่นท่านอาจารย์เพ็ง หรือ พระอาจารย์สุรชัย ได้นำเอาชานหมากเหล่านี้ไปถัก เพื่อที่จะเอาไว้แจกกับลูกศิษย์ ที่เดินทางมากราบท่านจากที่ไกลๆ ต่อมาชานหมากของท่านได้สร้างปาฏิหาริย์ไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี มหาอุด เมตตามหานิยม ผู้คนจึงเล่าลือแตกตื่นเสาะแสวงหากันจ้าละหวั่น ใครที่เดินทางมากราบท่านก็มักจะขอกันแต่ชานหมากของท่านแทบทุกคน ทีนี้ก็เกิดปัญหาขึ้นมาอีกว่าชานหมากจริงๆนั้นมีน้อยเพราะหลวงพ่อท่านฉันเพียงองค์เดียว แต่ความต้องการของผู้ที่ศรัทธาท่านนั้นมีจำนวนมากกว่าหลายสิบเท่า ทำอย่างไรดีถึงจะให้ญาติโยม ผู้ที่เคารพนับถือหลวงพ่อได้ไว้บูชากันทุกคน เพราะบางคน บางคณะเดินทางมาจากที่ไกลๆ วัตถุประสงค์ก็เพื่อจะมาขอชานหมากของหลวงพ่อโดยเฉพาะ ทางวัดจึงได้หาวิธีการมาใช้เพื่อฉลองศรัทธาของญาติโยมที่เดินทางมากราบ และขอชานหมากของหลวงพ่อจะไม่ต้องผิดหวังกลับไป โดยการนำเอาวัสดุที่ใช้ในการเคี้ยวหมากทั้งหมดได้แก่ หมาก พลู ปูน ยาฉุน ฯลฯ นำมารวมกันไว้ในถาดจากนั้นก็ได้นำไปให้หลวงพ่อทบปลุกเสกเป็นปฐมเสียก่อน แล้วจึงนำมารวมกันในครกขนาดใหญ่ให้พระและเณรช่วยกันตำ เมื่อตำจนวัสดุต่างๆแหลกละเอียดเข้ากันดีแล้วจึงนำออกมาจากครกเอาใส่พานที่ปูผ้าขาวรองไว้ เสร็จแล้วจึงนำไปให้หลวงพ่อทบปลุกเสกเป็นครั้งที่สอง จนท่านแน่ใจว่าเข้มขลังดีแล้ว ท่านจึงเรียกให้ลูกศิษย์นำเอาออกมาถักเชือกหุ้มไว้เพื่อให้คงทนถาวร และนำติดตัวไปไหนได้สะดวก เมื่อถักชานหมาก(ความจริงน่าจะเรียกว่าหมากคำ) เสร็จแล้วก็ได้นำชานหมากทั้งหมดกลับไปให้หลวงพ่อปลุกเสกซ้ำอีกเป็นครั้งที่สาม จากนั้นจึงนำออกแจกญาติโยมได้ ทีนี้มาถึงการถักชานหมากของหลวงพ่อ แต่เดิมนั้นถ้าผู้ใดได้รับชานหมากของท่านไปแล้ว บางคนก็นำไปตากแดดให้แห้งเสร็จแล้วก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าห่อติดกระเป๋าเสื้อไปไหนต่อไหนด้วย ถ้าวันไหนลืมเอาออกจากกระเป๋าเสื้อตอนซักผ้าก็จะต้องซักชานหมากไปด้วย บางคนที่ได้รับชานหมากมาก็จะเจาะหวายให้เป็นรูแล้วเอาชานหมากเก็บไว้ข้างใน จากนั้นก็อุดรูด้วยครั่ง หรือ เทียน หรือ ยางไม้ แล้วนำไปเลี่ยมเงินเลี่ยมทองตามแต่ฐานะของแต่ละคน บองคนเมื่อได้รับชานหมากมาก็ปั้นให้เป็นก้อนกลมๆ เล็กๆ จากนั้นจึงเอาครั่งไปลนไฟให้อ่อน เสร็จแล้วจึงนำมา ห่อหุ้มชานหมากไว้ให้สนิทโดยไม่มีรูให้น้ำหรือแมลงเข้าไปได้ แล้วจึงนำไปถัก ต่อมาครั่งขาดแคลนและหายากขึ้นทางวัดจึงใช้ขี้ผึ้งบริสุทธิ์ วัสดุที่ใช้ในการหุงสีผึ้งแทน โดยนำขี้ผึ้งไปลนไฟให้อ่อน จากนั้นจึงได้นำเอามาห่อหุ้มชานหมากให้สนิทแล้วจึงถัก มาตอนหลังๆนี่ครั่งหมด ขี้ผึ้งที่ใช้หุงสีผึ้งก็หมด ทางวัดก็แก้ปัญหาโดยการนำเอาชานหมากของหลวงพ่อมาปั้นให้เป็นก้อนๆ จากนั้นก็จะนำด้ายมาถักหุ้มให้เรียบร้อย เมื่อถักได้เป็นจำนวนพอสมควรแล้ว ศิษย์ก็จะนำเอาเทียนไขและเทียนขี้ผึ้งใส่กะทะแล้วเอาไปตั้งไฟบนเตา พอเทียนละลายหมดแล้วจึงยกกะทะลงมาจากเตา เอาชานหมากที่ถักไว้แล้วจุ่มลงไปในน้ำเทียน ทีละก้อนๆ จนกว่าจะหมด น้ำเทียนก็จะเข้าไปห่อหุ้มชานหมากรวมทั้งด้ายที่ถักไม่ให้แมลงและน้ำเข้าได้
                                                                                 
                                                                                 ข้อมูลโดย อาจารย์วีรวัฒน์ วงศ์วาน
                       


* t12.jpg (101.15 KB, 500x624 - ดู 11006 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

"ของจริงนิ่งเป็นใบ้ ของพูดได้ไม่ใช่ของจริง" ถึงตัวอยู่ไกล แต่ใจศรัทธาไม่เสื่อมคลาย
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: